ครม. ขยายหักรายจ่าย 2 เท่า ค่าระบบ e-Tax Invoice ถึงสิ้นปี 2570
บริษัทและห้างฯ หักค่าลงทุนและค่าบริการระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt และ e-Withholding Tax ได้ 2 เท่า สำหรับรายจ่ายปี 2569–2570 ตามข่าวกรมสรรพากร ปชส. 14/2569
สรุปข่าว
คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2569 เห็นชอบขยายมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์ออกไปอีก 2 ปี ตามข่าวกรมสรรพากรเลขที่ ปชส. 14/2569 มาตรการแรกให้บริษัทและห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หักค่าระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt และระบบ e-Withholding Tax เป็นรายจ่ายได้ 2 เท่าของที่จ่ายจริง
ใช้กับรายจ่ายตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 ถึง 31 ธันวาคม 2570
หักอะไรได้ 2 เท่า
รายจ่ายการลงทุนในระบบ เช่น ค่าซื้อหรือพัฒนาระบบออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ ใบรับอิเล็กทรอนิกส์ และระบบหัก ณ ที่จ่ายอิเล็กทรอนิกส์
รายจ่ายค่าใช้บริการระบบ เช่น ค่าบริการรายเดือนหรือรายปีของโปรแกรมที่ใช้ออก e-Tax Invoice
ค่าตรวจประเมินระบบสารสนเทศ ที่ผู้ให้บริการจัดทำหรือนำส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ (Service Provider) จ่ายให้สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) เป็นรายการที่เพิ่มเข้ามาใหม่ในรอบนี้
ใครได้สิทธิ
บริษัทและห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคล บุคคลธรรมดาไม่อยู่ในมาตรการนี้
ประหยัดภาษีได้เท่าไร
ตัวอย่าง บริษัทจ่ายค่าระบบ e-Tax Invoice ปีละ 100,000 บาท
ปกติหักเป็นรายจ่ายได้ 100,000 บาท เมื่อใช้มาตรการนี้หักได้ 200,000 บาท ได้รายจ่ายเพิ่ม 100,000 บาท
ถ้ากำไรส่วนนั้นเสียภาษีอัตรา 20% ประหยัดภาษีเพิ่มได้ประมาณ 20,000 บาท บริษัท SME ที่กำไรอยู่ช่วงอัตรา 15% ประหยัดได้ประมาณ 15,000 บาท
ภาษีที่ประหยัดได้จริงขึ้นกับกำไรและอัตราภาษีของแต่ละบริษัท บริษัทที่ขาดทุนอยู่แล้วจะยังไม่เห็นผลในปีนั้น
มาตรการที่ออกมาพร้อมกัน
ข่าวฉบับเดียวกันขยายมาตรการที่ 2 ด้วย คือลดอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายจาก 5% 3% และ 2% เหลือ 1% เมื่อจ่ายเงินผ่านระบบ e-Withholding Tax ตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 ถึง 31 ธันวาคม 2570 (ระบบ e-Payment และ e-Withholding Tax คืออะไร)
ตอนนี้มีผลแล้วหรือยัง
มติ ครม. เป็นการเห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกาและร่างกฎกระทรวง สิทธิจะมีผลเมื่อกฎหมายประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยกำหนดให้ใช้กับรายจ่ายตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 ย้อนหลังได้
ระหว่างนี้ให้เก็บใบกำกับภาษีและหลักฐานการจ่ายค่าระบบตั้งแต่ต้นปี 2569 ไว้ครบ
ธุรกิจควรทำอะไรตอนนี้
1. แยกบัญชีค่าระบบ e-Tax Invoice ค่าบริการรายปี และค่าพัฒนาระบบออกจากค่าโปรแกรมอื่น เพื่อหักรายจ่ายเพิ่มได้ง่าย 2. เก็บใบกำกับภาษีและสัญญาบริการของผู้ให้บริการระบบ 3. ถ้ายังออกใบกำกับภาษีแบบกระดาษ ปีนี้และปีหน้าเป็นจังหวะที่คุ้มที่สุดในการเปลี่ยน เพราะค่าระบบหักได้ 2 เท่า 4. ให้ผู้ทำบัญชีตรวจเงื่อนไขในพระราชกฤษฎีกาเมื่อประกาศแล้ว ก่อนบันทึกรายจ่ายเพิ่มตอนปิดงบ
(e-Tax Invoice คืออะไร มีกี่แบบ · สรุปมาตรการภาษีที่ใช้ถึงปี 2570)
เริ่มออก e-Tax Invoice กับ E-Tax Center
โปรแกรม E-Tax Center รองรับการออก e-Tax Invoice จากหน้าออกบิลเดียวกับที่ใช้ทุกวัน ลงบัญชีและสรุปภาษีขายให้อัตโนมัติ ค่าใช้บริการระบบที่ใช้ออก e-Tax Invoice อาจเข้าข่ายรายจ่ายที่หักได้ 2 เท่าตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด ทดลองใช้ฟรี 14 วัน
สรุปจากข่าวกรมสรรพากร ปชส. 14/2569 วันที่ 16 มิถุนายน 2569 รายละเอียดและเงื่อนไขสุดท้ายเป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาและกฎกระทรวงที่ประกาศใช้ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์สารนิเทศสรรพากร โทร. 1161